Home > News


 
 
แนะนำหนังสือ : หมวดการพัฒนาบุคลากร
View : 6,494
 
 

บทความฉบับนี้ขอแนะนำหนังสือน่ารู้อีกเล่ม ซึ่งเป็นเรื่องเกี่ยวกับการพัฒนาทักษะความเป็นผู้นำ ....หนังสือชื่อ “Successful Leadership Development Program” แต่งโดย JO-ANN C. BYRNE และ RICHARD T. REES  สำนักพิมพ์ Pfeiffer, San
•   Francisco  ปี 2006  ............ 

หนังสือเล่มนี้มีจุดเด่นคือการรวบรวมแนวคิดและวิธีการออกแบบโปรแกรมพัฒนาศักยภาพของผู้นำในองค์กร หรือที่เรียกว่า Leadership Development Program (LDP) ถือว่าเป็นอีกหนึ่งโปรแกรมการพัฒนาผู้บริหารที่ต้องออกแบบให้เชื่อมโยงกับวิสัยทัศน์ ภารกิจ คุณค่า เป้าหมาย และกลยุทธ์ขององค์กร โดยมุ่งเน้นการเรียนแบบบริหารตนเอง (Self-Managed) และการเรียนรู้แบบผู้ใหญ่ (Adult Learning) ซึ่งผู้เรียนสามารถเรียนรู้ได้ด้วยตนเองผ่านประสบการณ์ และปัญหาที่เกิดขึ้น รูปแบบกิจกรรมที่จัดใน LDP ผู้สอนทำหน้าที่มอบหมายงานให้ผู้เรียนทำทั้งงานเดี่ยวและงานกลุ่ม รวมถึงการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในกลุ่ม กิจกรรมต่างๆ ที่ออกแบบใน LDP จะเน้นการเชื่อมโยงการเรียนรู้ที่ได้จากการเข้าร่วมโปรแกรมไปสู่งานที่ปฏิบัติ รวมถึงกระตุ้นให้ผู้เรียนมีความ     ปรารถนาที่จะเรียนรู้อย่างต่อเนื่องระยะยาวต่อไป
  การออกแบบ LDP ให้เกิดประสิทธิภาพนั้น ผู้ออกแบบจะต้องกำหนดระดับของผู้เรียนโดยทั่วไปแบ่งเป็น 3 ระดับ ได้แก่ 1) Beginner/Apprentice – โปรแกรมที่ออกแบบสำหรับผู้ที่เพิ่งจะได้รับบทบาทของผู้นำ เป็นบุคคลที่ยังไม่เคยมีประสบการณ์ในการบริหารจัดการหรือความเป็นผู้นำ กิจกรรมที่ออกแบบจะเน้นให้ผู้เรียนเรียนรู้ด้วยตนเองจากการอ่าน การพูดคุยถึงเนื้อหาที่อ่าน เน้นการทำกรณีศึกษา และการแสดงบทบาทสมมติ  2) Competent – โปรแกรมสำหรับบุคคลที่มีทักษะการบริหารจัดการหรือผู้นำมาแล้ว ผู้ออกแบบโปรแกรมจะต้องนำประสบการณ์ของผู้เรียนออกมาเพื่อนำมาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันในกลุ่ม มีการประเมินความสามารถของผู้เรียนไว้ล่วงหน้า และ 3) Expert – ผู้เรียนที่เป็นผู้สอนหรือเป็นพี่เลี้ยงให้กับพนักงานในองค์กร ถือว่าเป็นกลุ่มผู้ชำนาญการที่มีความรู้และทักษะในงานที่ปฏิบัติ การออกแบบโปรแกรมจะต้องเน้นการเสริมศักยภาพเรื่องการสอนงานและการเป็นพี่เลี้ยง เน้นการแลกเปลี่ยนความคิดห็นโดยมุ่งเน้นไปที่เป้าหมายขององค์กรเป็นหลัก
  LDP จะสำเร็จได้ผู้ออกแบบโปรแกรมจะต้องกำหนดเป้าหมายให้ชัด โดยมีข้อความสำคัญ ๆ ที่กำหนดในเป้าหมายของโปรแกรมได้แก่ ผู้นำ (Leadership) ข้อตกลง (Commitment) การส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้ระยะยาว (Lifelong Learning) การพัฒนาทุนมนุษย์ (Human Capital) และข้อผูกพันที่จะนำไปใช้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งโปแกรมที่ออกแบบจะต้องเน้นให้เกิดผลตอบแทนจากการลงทุน (Return on Investment) โดยวัดจากข้อผูกพันที่จะนำไปสู่การพัฒนาทักษะความเป็นผู้นำ การวัดจากความสามารถที่เพิ่มขึ้น (Competency – based) การวัดจากผลผลิตที่เกิดขึ้น และการวัดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้ที่เข้าร่วมโปรแกรม ทั้งนี้ทีมผู้บริหารระดับสูงจะต้องให้การสนับสนุนและเป็นผู้รับผิดชอบโปแกรม ไม่ว่าจะเป็นการให้คำแนะนำในการออกแบบโปรแกรม การเป็นพี่เลี้ยงที่ต้องติดตามผลของโปรแกรม การให้เวลาและทรัพยากรที่จำเป็นต้องใช้ในโปรแกรม การกำหนดให้การพัฒนาเป็นหนึ่งในนโยบายการบริหารจัดการขององค์การที่ผู้บริหารทุกคนจะต้องมี
  อีกขั้นตอนหนึ่งที่สำคัญของ LDP ได้แก่ การคัดเลือกกลุ่มผู้เรียนที่เข้าร่วมโปรแกรม โดยผู้คัดเลือกต้องไม่มีอคติ สิ่งสำคัญที่ผู้ออกแบบโปรแกมจะต้องพิจารณาได้แก่ 1) ผู้บริหารทุกคนในระดับกลางมีโอกาสเข้าร่วมโปแกรมได้ 2) เน้นประสบการณ์ของความเป็นผู้นำ 3) เน้นการเรียนเพื่อเสริมทักษะความเป็นผู้นำที่ยังขาด 4) เน้นทักษะความเป็นผู้นำเฉพาะและจำกัดในบางเรื่อง และ 5) เน้นผู้เรียนที่อยู่ในกลุ่ม STARs  ดังนั้นผู้ออกแบบจะต้องกำหนดความสามารถของผู้นำ (Leadership Competency) เป็นความสามารถของผู้นำที่ต้องช่วยผลักดันให้วิสัยทัศน์ ภารกิจ เป้าหมาย และกลยุทธ์องค์กรประสบความสำเร็จ ซึ่ง Competency ของผู้นำจะต้องถูกำหนดขึ้นเป็นข้อความในเชิงพฤติกรรมที่มุ่งเน้นให้ผู้บริหารจำเป็นจะต้องมี พบว่า Competency ที่กำหนดขึ้นจากตัวอย่างในหนังสือเล่มนี้แบ่งเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่
1. Practical Competency –  เน้นความรับผิดชอบในงานเชิงเทคนิคที่ส่งผลให้ผู้นำประสบความสำเร็จ การออกแบบโปรแกรมจึงมุ่งให้ผู้เรียนสามารกำหนด และประเมินทรัพยากรที่จำเป็นต้องใช้ การวิเคราะห์และประเมินปัญหาที่เกิดขึ้น พร้อมทั้งการบริหารจัดการทีมงานเพื่อทำให้งานประสบผลสำเร็จ
2. Social Competency –  เน้นความสามารถที่สร้างความสัมพันธ์ของตนเองกับกลุ่ม/ทีมงาน ประกอบด้วยความสามารถหลักๆ ได้แก่การพัฒนาตนเองและผู้อื่น ทักษะการสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ ทักษะการแก้ไขข้อขัดแย้งที่เกิดขึ้น
3. Analytical Competency –  เน้นความสามารถในด้านการคิดวิเคราะห์ ประกอบด้วยความสามารถหลักๆ ได้แก่ ความคิดเชิงกลยุทธ์และความคิดเป็นระบบ การจัดเรียงลำดับความสำคัญ การแก้ไขปัญหา การกำหนดเป้าหมายและข้อผูกมัดเพื่อนำไปสู่ความสำเร็จ

สำหรับแนวทางการกำหนด Competency ที่เหมาะสมกับระดับของผู้เรียนนั้นสามารถใช้วิธีการ 1) Focus Group – การพูดคุยกับกลุ่มเป้าหมายประมาณ 4-5 กลุ่ม และในแต่ละกลุ่มจะมีสมาชิกประมาณ 5-7 คน หลังจากนั้นจึงนำข้อสรุปของแต่ละกลุ่มมาวิเคราะห์และหา Competency ที่เหมาะสม 2) Nominal Group Techniques – การประชุมกลุ่มกับทีมผู้บริหาร ในการคัดเลือก Competency ที่เหมาะสม ด้วยวิธีการนำเสนอความคิดและการจัดลำดับความสำคัญของ Competency ที่ต้องการให้เกิดขึ้น และ 3) The Delphi Techniques – การกำหนดทีมผู้บริหารและให้ผู้บริหารแต่ละคนเลือก Competency ที่เหมาะสม โดยไม่ต้องเข้าร่วมประชุมเป็นกลุ่ม ผู้บริหารมีอิสระในการเลือก Competency ที่เหมาะสม หลังจากนั้นผู้ออกแบบโปรแกรมจะสรุป Competency ที่เลือกขึ้นและให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบอีกครั้ง
  และเมื่อได้ Competency ที่เหมาะสมกับแต่ละระดับแล้ว ขั้นตอนถัดไปคือการกำหนดการวัดความสามารถว่าผู้เรียนมีความสามารถที่กำหนดขึ้นหรือไม่ภายหลังจากจบหลักสูตร LDP แล้ว โดยการวัดในเชิงพฤติกรรมที่ต้องกำหนดข้อความให้ชัดเจน ซึ่งการวัดพฤติกรรมของแต่ละ Competency นั้นสามารถเลือกใช้คำกริยาให้เหมาะสมจากตัวอย่างของหนังสือเล่มนี้ ได้แก่ 
บริหาร (Administer) ให้คำปรึกษา (Consult) อธิบาย (Explain) กำหนด (Outline)
จัดสรร (Allocate) ให้ความร่วมมือ (Cooperate) แสดง (Express) ปฏิบัติ (Perform)
วิเคราะห์ (Analyze) สร้างสรรค์ (Create) เจรจาต่อรอง (Negotiate) วางแผน (Plan)

  หลังจากที่ได้ Competency และตัววัดเชิงพฤติกรรมแล้ว ผู้ออกแบบโปรแกรมจะต้องตระหนักไว้เสมอว่าเป้าหมายของ LDP เพื่อให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ ดังนั้นประเด็นสำคัญที่ผู้ออกแบบโปรแกรมจะต้องเตรียมไว้ล่วงหน้า ได้แก่ การกำหนดเป้าหมายการเรียนรู้ให้ชัดเจน การคัดเลือกบุคคลที่มีสิทธิ์เข้าร่วมโปรแกรม การเน้นสภาพแวดล้อมหรือบรรยากาศของการเรียนรู้ การเตรียมอุปกรณ์สำหรับการเรียนรู้ให้พร้อม การจัดกิจกรรมเพื่อให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ การจัดช่วงเวลาของการให้ข้อมูลป้อนกลับ การมอบหมายงานให้เรียนอ่านข้อมูล การจัดกิจกรรมให้สอดคล้องกับ Competency ที่ต้องการ การเลือก Competency ให้เหมาะสมกับผู้เรียนในแต่ละระดับชั้น การรับข้อมูลป้อนกลับจากผู้เรียน และการพัฒนาเครื่องมือหรือวิธีการใหม่ ๆ เพื่อให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ ซึ่งรายละเอียดของแต่ละประเด็นผู้อ่านสามารถหาอ่านได้จากหนังสือเล่มนี้ที่ชี้ให้เห็นแนวทางและกระบวนการของ LDP ที่เหมาะสม และผู้อ่านสามารถนำไปประยุกต์ใช้สำหรับการออกแบบ LDP ให้สอดคล้องตามวัฒนธรรมของแต่ละองค์กร

โดย  ดร. อาภรณ์ ภู่วิทยพันธ์
ผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์
        บริษัท ไทยสกิลล์ พลัส จำกัด
 

 


Bookmark and Share
 
< back
 
 
 
 
 
twitter twitter